DSCF3108

สำหรับเช้าวันนี้เรามีแผนการเดินทางไปที่ ฟรีแมนเทิล (Fremantle หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ฟรีโอ (Freo) เป็นเมืองท่าเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของออสเตรเลียตะวันตกตั้งอยู่ปากแม่น้ำสวอน วิธีการเดินทาง วิธีการเดินทางไป ฟรีแมนเทิล (Fremantle) มี 2 วิธีค่ะ วิธีที่ 1 เดินทางโดยเรือ (วิธีนี้อาจารย์ตู่ไปเลือกค่ะเพราะราคาแพงค่ะ) แต่ก็ถ่ายรูปมาให้ชมนะค่ะเฉพาะที่ท่าเรือที่เพิร์ทค่ะ วิธีที่ 2 โดยรถไฟ (วิธีนี้อาจารย์ตู่เลือกค่ะเพราะราค่าถูก) วิธีเดินทางใช้รถ Blue CAT สายสีน้ำเงิน ที่หมาย 21 คือ Esplanade Bus Port ไปลงที่ป้ายหมายเลข 16 Perth Underground ทีแรกเราลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดินสถานี Esplanade เขาบอกว่าวันนี้ไม่มีรถไฟไป ฟรีแมนเทิล (Fremantle) เราก็เดินมาขึ้นรถ Blue CAT สายสีน้ำเงิน ที่หมาย 21 คือ Esplanade Bus Port ไปลงที่ป้ายหมายเลข [...]

อ่านต่อ
DSC03680

วันแรกของการเดินทาง การเดินทางไปเพิร์ธในครั้งนี้เราใช้บริการของการบินไทย เที่ยวบินที่  TG 485    เวลา 22.05 น.แต่วันนี้เราเดินทางออกจากบ้านเวลา 18.00 น. วันนี้ฝนตกหนักรถติดใช้บริการของรถแท็กซี่มาต่อด้วยรถไฟที่แอร์พอร์ตลิ้งสถานีประตูน้ำ ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตามกำหนดการเดินทางเราจะออกเดินทางกันในเวลา  22.05 น. แต่เที่ยวนี้แปลกค่ะเครื่องลงแวะที่ภูเก็ตเครื่องกว่าจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิได้ก็เกือบจะ 5 ทุ่มแล้วค่ะถามพนักงานก็ตอบเราไม่ถูกเรานั่งอยู่ในเครื่องเกือบครึ่งชม. ก็มีผู้โดยสารเริ่มเข้ามาอีกจำนวนมากก็ต้องแปลกใจค่ะเที่ยวบินนี้คนไทยไปเที่ยวเยอะนะ……แท้ที่จริงเป็นผู้โดยสารภายในประเทศสาเหตุที่เครื่องออกช้าก็เนื่องมาจากการเดินทางของผู้โดยสารจากภายในประเทศ มาขึ้นเครื่องนอกประเทศนั้นลำบากเหตุเพราะมีฝนตกหนักทำให้ผู้โดยสารที่ขึ้นรถมาจากส่วนที่อยู่ภายในประเทศมาขึ้นเครื่องออกช้า (งงเป็นการส่วนตัวนะทำไมเครื่องต้องแวะที่ภูเก็ตด้วยไม่บินตรงเรากว่าจะได้รับประทานอาหารอีกครั้งเป็นชุดใหญ่ตอนตีสองค่ะ ใครจะไปรับประทานลงล่ะค่ะ…ก็เวลาปาไปตั้งตีสอง) รู้สึกเหนื่อยมากเพราะเครื่องบินไปถึงภูเก็ตในราว เที่ยงคืนกว่า ๆ ไปถึงสนามบินต้องตกใจเป็นครั้งที่สอง ทำไมสนามบินภูเก็ตคนถึงเยอะขนาดนี้ได้โอกาสถามคนทำความสะอาดแก่บอกว่าเครื่องบินขึ้นไม่ได้ตั้งแต่ตอนบ่ายเนื่องจากพายุฝนตกหนักค่ะทีนี้ล่ะก็ไม่ต้องบอกเลยในสนามบินมีแต่คนจีนทั่งนั้นนึกภาพเอาเองก็แล้วกันค่ะ… สิ่งหนึ่งที่ทำให้เที่ยวบินนี้ล่าช้าหลังจากที่เรามาถึงยังสนามบินภูเก็ตกว่าเราจะเข้าสนามบินกันได้ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจพาสปอดทั้งขาเข้าและขาออกจากที่เราสังเกตสีหน้าของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเขาก็คุยกันแบบแปลก ๆ ว่ามาแวะที่ภูเก็ตได้ไง… สำหรับอาจารย์ตู่ไม่เป็นไรค่ะเพราะเป็นเที่ยวบินของการบินไทยและเป็นสายการบินของประเทศไทยต้องยอมรับได้กับการล่าช้าแต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วมันคงเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไรหากเครื่องต้องแวะลงควรมีการแจ้งบอกทำไมเราจะให้อภัยกันไม่ได้นี้ขนาดถามพนักงานบนเครื่องก็บอกเราไม่ได้แต่พอเครื่องบินออกจากภูเก็ตก็เปลี่ยนเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องอีกชุดหนึ่งค่ะ หากใครมีประสบการณ์ช่วยบอกด้วยนะค่ะว่าเครื่องของสายการบินไทยที่บินไปเพิร์ธต้องมีการแวะลงที่ภูเก็ต…อาจารย์ตู่จะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเครื่องที่บินตรง..แต่ไม่เป็นไรค่ะถึงจะออกช้าไปนิดกินอาหารจะดึก (เป็นเช้ามืดของวันใหม่เพราะตี 2 แล้วค่ะ)ไปหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะให้อภัยกันได้…เราไม่ต่อว่ากันค่ะ อาหารตอนตี 2 อาหารเช้า เครื่องมาถึงที่สนามบินเพิร์ธในเวลา 6 โมงเช้านิด ๆ ค่ะพนักงานต้อนรับบนเครื่องแจกเอกสารผ่านเข้าเมืองให้เรากรอกรายละเอียดค่ะ (ทุกอย่างเป็นภาษาไทยหมดค่ะ)และบนเครื่องจะมีการแจ้งเตือนผู้โดยสารว่าในขณะที่เข้าไปในสนามบินตรวจคนเข้าเมืองห้ามถ่ายรูปเด็จขาดเลยนะค่ะเพราะจะเสียเงินค่าปรับในราคาที่สูงมาก ๆๆ สนามบินที่เพิร์ธไม่ใหญ่มากและการตรวจคนเข้าเมืองก็ไม่ยากใช้เวลาไม่นาน (หากท่านใดนำอาหารไปต้องเปิดให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนค่ะสำหรับประเทศออสเตรเลียอาหารที่นำเข้าต้องเพ็กให้ดีเนื่องจากเขาจะตรวจเข้มมาก…ถ้าไม่อยากมีปัญหาคิดว่าอย่าเอาอาหารไปดีกว่าไปหาซื้อเอาที่นี้ก็ได้..เดี่ยวมีปัญหาขัดใจกับเจ้าหน้าที่เขาเปล่า ๆ เพราะกฎระเบียบเขาเยอะโดยเฉพาะการนำอาหารเข้าประเทศ) สำหรับอาจารย์ตู่ไม่ได้นำอาหารติดตัวไปค่ะนอกจากหม้อหุงข้าวค่ะ555  อย่างอื่นมาซื้อเอาข้างหน้า เมื่อตรวจคนเข้าเมืองเสร็จก็เดินออกมาจะเห็นที่วางเอกสารต่าง ๆ ให้เราหยิบฟรีค่ะ ส่วนแผนที่รถ [...]

อ่านต่อ
DSCF3773

ได้เวลาเที่ยวอีกแล้วค่ะทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจแต่ได้ไมล์เลทจากการบินไทยและใกล้จะหมดเขตเลยต้องรีบใช้และมีหลายประเทศให้เลือกเราตัดสินใจเลือกไปเพิรย์เพราะใช้เวลาบินไม่ไกลและใช้ไมล์เลทแลกพร้อมกับลดอีกห้าสิบเบอร์เซนต์แต่ไม่ใช่จะฟรีทั้งหมดนะค่ะฟรีเฉพาะค่าตั๋วอย่างเดียวแต่เรายังต้องเสียเงินอีก 9,000 บาทเป็นค่าภาษีค่ะบวกกับค่าทำวีซ่าเข้าประเทศอออสเตเลียอีก 3,850 บาทพอดีช่วงที่ไปทำยังเป็นราคาเก่าอยู่ค่ะแต่ ณ. ปัจจุบันได้เปลี่ยนราคาไปแล้วราคาจะแพงกว่านี้ค่ะ จองตั๋วเครื่องบิน การจองตั๋วการบินไทยเราเดินทางไปออกตั๋วที่ทำการของสายการบินไทยถนนวิภาวดีรังสิตค่ะ เที่ยวนี้ได้บินการบินไทย ในราคาค่าภาษีสนามบินกับภาษีน้ำมันคนล่ะ 9,000 บาท แต่งานนี้อาจารย์ตู่ขอเป็นนอมินี Nominees นะค่ะ (อุตสาห์คุยว่าใช้ไมล์เลทแต่จริง ๆๆ ไม่มีปัญญาค่ะเดินทางไปต่างประเทศอย่างเก่งก็ตั๋วแอร์เอเซียค่ะเลยไม่ได้ไมล์เลทสะสมค่ะ การขอวีซ่า   การขอวีซ่าเข้าออสเตเลียต้องไปที่สำนักงานเพื่อการยื่นขอวีซ่าออสเตลีย ที่ตึกไทยซีซี ชั้น 34 วิธีไปสะดวกที่สุดคือขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานี สุรศักดิ์ค่ะตึกไทยซีซีจะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าค่ะ สำหรับรายละเอียดการเขียนขอวีซ่าของให้เข้าไปดูเฉพาะที่สถานฑูลเท่านั้นนะค่ะ (ทำไมอาจารย์ตู่ต้องบอกเพราะว่าไปเอามาจากเวปไซร์อื่นแล้วเขียนตั้งสิบกว่าหน้าพอเอาไปยื่นกับเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าแบบฟอร์มเขาเปลี่ยนใหม่ถ้าใครไม่อยากไปนั่งเขียนใหม่อีกเป็นสิบหน้าก็เข้าไปที่ดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่เวปไซต์ของสถานฑูลอย่างเดียวเลยนะค่ะ)ขอบอก และอีกอย่างที่การจ่ายเงินค่าวีซ่าสามารถจ่ายเป็นเงินสดได้ค่ะไม่ต้องไปทำเช็คมานะค่ะสิ่งนี้อาจารย์ตู่ก็ทำไปก็ผิดอีก ที่พัก   เช่นเคยค่ะ เราจองผ่านเวป Agoda หลังจากเลือกอยู่หลายที่ได้ที่ The New Esplanade Hotel ราคาค่าที่พักคืนละประมาณ  2,580 บาทค่ะ เราจองไป 4 คืน รวมราคา  10,323.98 บาท หลังจากที่ดูมาหลายโรงแรมมากก็ต้องวัดดวงกันค่ะเห็นในวิวที่นักท่องเที่ยวชาวไทยแนะนำให้ไปพักที่  YHA  ทีแรกก็กะจะจองไปแต่ไม่ได้จองค่ะเมื่อเทียบดูราคาแล้วที่ The New [...]

อ่านต่อ
DSCF6645

http://www.youtube.com/watch?v=0HFneWRucFE&feature=player_embedded ในอีกมุนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีผู้ด้อยโอกาศในสังคมเยอะเรามักมองเห็นแต่ความ ศิวิไลของประเทศญี่ปุ่น และหลายครั้งที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ร้ายแรงทางธรรมชาติ แต่ความเจริญของญึ่ปุ่นเองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้…อยากให้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นที่ใดในโลกใบนี้อีกเลย

อ่านต่อ
DSCF8800

  โฮจิมินห์” หรือชื่อเดิมว่า “ไซ่ง่อน” ไซ่ง่อน  เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในอดีตเคยเป็นเมืองในการปกครองของเขมรมาก่อนเรียกว่า “แปรยนคร” ต่อมาเมื่อแยกเป็นประเทศเวียดนาม ไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เมื่อเวียดนามเหนือยึดได้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น โฮจิมินห์ซิตี ตามชื่อผู้นำเวียดมินห์ คือ โฮจิมินห์ ในการมาโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกของอาจารย์ตู่ แต่เป็นครั้งที่สองในการมาประเทศเวียดนามค่ะบรรยากาศระหว่างฮานอยกับโฮจิมินห์แตกต่างกันมากถ้าจะให้บอกตามความรู้สึกจริงๆออกจะชอบโฮจิมินห์ค่ะเพราะเมืองสะอาด ผู้คนดูจะเป็นมิตรกว่าที่ฮานอยดูอย่างง่าย ๆ สนามบินก็ดีกว่าค่ะบรรยากาศดูทันสมัยซึ่งผิดกับฮานอย (อันนี้เป็นความเห็นแบบเปรียบเทียบโดยส่วนตัวนะค่ะ) ครั้งนี้เราออกเดินทางกันในตอนเย็นของวันที่ 25 พฤศจิกายน และกลับในช่วงสายของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 รวมแล้วก็ 3 คืน กับ 4 วันค่ะ ค่าใช้จ่าย (ก็พอประมาณ)  ค่าตั๋วเครื่องบิน แอร์เอเชีย (2 คน)                                                  8,640   บาท ค่าที่พัก (3 คืน ราคาคืนละ 25 US)                                               2,270   บาท ค่าTAXI [...]

อ่านต่อ
DSC01289

วันที่ 4  วันอาทิตย์ที่ 23  มกราคม 2554             วันนี้ขอสบายๆ ขับรถเที่ยวรอบ ๆ คูตาร์ไปเลื่อย ๆ ค่ะไม่จุดว่าจะไปไหนเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพฯต้องรักษาเนื้อรักษาตัวหน่อยค่ะเพราะต้องกลับไปสอนหนังสือต่อเดี่ยวไม่มีแรงมาเที่ยวแล้วกลับไปต้องไม่เสียงานเสียการค่ะ บรรยากาศยามเช้าตอน 6.00 น.ชายหาดข้างที่พักค่ะเดิมประมาณ 200 – 300 เมตรค่ะแต่เมือเดินออกมาก็ต้องแปลกใจนิดหน่อยค่ะเพราะสถานบันเทิงของเขายังไม่ปิดเลยค่ะมีนักเต้นกับนักดื่มยังคงเต็มร้านอยู่เลยค่ะ สายอีกนิดเราก็ขับรถมาอีกฝั่งหนึ่งค่ะดูบรรยากาศความหวานแหววของคู่รักค่ะ โดยรอบชายหาดค่ะภาพนี้ชอบเป็นพิเศษศิลปะบนผื่นทรายโดยเด็กหญิงตัวเล็กๆๆที่ตามแม่มาขายของค่ะ วันนี้เห็นทีจะไม่ไหวแล้วค่ะหิวกาแฟต้องขับรถมาที่ห้างจำชื่อไม่ได้ค่ะ เจ้า GPS พามา มี KFC และกาแฟเย็นขายค่ะที่บาหลีผู้คนไม่นิยมกินของเย็นค่ะหาทานยากร้านสะดวกซื้อก็มีแต่กาแฟร้อนของเราต้องกาแฟเย็นเท่านั้นค่ะที่ห้างสรรพสินค้านี้มีซุปเปอร์มาเก็ตด้วยค่ะและตอนเย็นที่เรากลับมาซื้อไก่ KFC มารับประทานเห็นกลุ่มทัวร์ลงค่ะ   เราเห็นป้ายมีโฆษณา Carrefour จึงตัดสินใจไปซื้อของฝากพรรคพวกและหาของรับประทานเผื่อมีแต่ก่อนไปเราเห็น factory outlet ก็ต้องขอจอดรถแวะเข้าไปดูหน่อยแต่ไม่มีอะไรเลยค่ะของขายน้อยมาก พิกัด GPS: S 08.72806, E 115.17954  factory outlet เราตัดสินใจไปที่ Carrefour เพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่นั้นค่ะ พิกัด GPS: S 08.71280, E 115.18655  คาร์ฟูร์  [...]

อ่านต่อ
DSCF0141

วันที่ 3  วันเสาร์ ที่ 22  มกราคม 2554             เช้าวันนี้เรารับประทานอาหารเสร็จก็เก็บข้าวของเพื่ออกเดินทางไปยังคูตาร์ค่ะแต่ก่อนจะไปเราก็ต้องขอเที่ยวอีกสองที่ค่ะ วัดปุรา ทานาห์ ล็อต (Pura Tanah Lot) ค่าเข้าชมคนล่ะ 10,000 รูเปียห์ พิกัด GPS: S 08.61590, E 115.09211 กว่าเราจะเดินทางมาถึงวัดนี้ก็สวยมากแล้วเนื่องจากเจ้าเครื่อง GPS พาเราไปทางลัดค่ะ(ขอแนะนำว่าอย่างตั้งการเดินทางแบบทางระยะทางที่สั้นหรือทางลัดเป็นอันขาดนะค่ะ เพราะเจ้าเครื่องนี้จะพาเราไปในหมู่บ้านและทางค่อนข้างไม่ดีเลยค่ะไปตามทางปกติดีกว่าค่ะ อันนี้ขอแนะนำเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เจอมาค่ะ) แต่บางคนอาจชอบเพราะการที่มันพาหลงไปทางลัดทำให้เราได้ไปเห็นหมู่บ้านชนบทของคนบาหลี แต่การรับรถไปทางลัดมันเข้าไปในหมู่บ้าน ถนนแคบ และบางแห่งถนนไม่ดี สู้ขับรถไปทางถนนใหญ่ไม่ได้ค่ะ             สำหรับวัดปุรา ทานาห์ ล็อตเป็นวัดสำคัญหนึ่งในห้าของเกาะบาหลี สร้างบนโขดหินคล้ายเกาะเล็กๆ เวลาน้ำขึ้น จึงดูเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาที่น้ำลง ผู้คนก็สามารถเดินข้ามไปยังตัววัดได้ ที่นี่เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบาหลีให้ความเคารพบูชาอย่างมาก มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่สวยงาม สร้างโดยนักบวชฮินดู ดัง ฮยัง นิราร์ธา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล ซึ่งท่านได้มองเห็นแสงสว่างวาบขึ้นที่จุดๆ หนึ่งบนฝั่งตะวันตก จึงเดินทางไปที่ดังกล่าวเพื่อทำสมาธิ [...]

อ่านต่อ
DSC01022

วันที่ 2  วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2554 รับประทานอาหารเช้าที่ที่พักเสร็จเราก็เริ่มออกเดินทางไปเที่ยวกันค่ะที่แรกคือ วัดปุรา โก กาจาห์ (Pura Goa Gajah) หรือ วัดถ้ำช้าง ค่าเข้าชมคนล่ะ 15,000 รูเปียห์ / ค่าที่จอดรถ 5,000  รูเปียห์  พิกัด GPS : S 08.52269 , E 115.28780 (วัดถ้ำช้าง) วัดปุรา โก กาจาห์  ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวดัตช์ เมื่อปี ค.ศ.1923 มีสิ่งที่โดดเด่นคือแผ่นหินแกะสลักหน้าปากทางเข้าถ้ำลักษณะเป็นการเจาะจากด้านหน้าของหินผา มองดูคล้ายใบหน้าช้าง บ้างก็ว่าคล้ายยักษ์อ้าปากกว้าง ชาวบาหลีเชื่อว่าคือปากของปีศาจร้าย ภายในถ้ำมีรูปปั้นศิวลึงค์ 3 แท่ง แทนเทพ 3 องค์ คือ พระศิวะ พระนารายณ์ พระวิษณุ ตามความเชื่อของฮินดู ด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่อง            [...]

อ่านต่อ
DSC00943

วันที่ 1  วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม 2554              วันนี้เราเริ่มออกจากบ้านในช่วงเวลา 4.00 น. เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 06.15 น.ถึงท่าอากาศยานนานาชาติงูราห์ ไร (Ngurah Rai) เมืองเดนปาซาร์ เกาะบาหลี อินโดนิเซีย เวลา 11.30 น. (เวลาที่บาหลีเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ที่สนามบิน งูราห์ ไร (Ngurah Rai) การบริการไม่ค่อยเท่าไรเพราะมีความรู้สึกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการเพราะมีเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองสองที่ทำให้เรางงถ้าเราเดิมออกมาแล้วไปยืนต่อแถวให้สังเกตให้ดีค่ะว่าเป็นเคาน์เตอร์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องขอวีซ่ากับไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับเราคนไทยต้องเดินมาที่เคาร์เตอร์ทางด้านขวามือค่ะเพราะเราไม่ต้องขอวีซ่า ความสับสนวุ่นวายมีตั้งแต่เริ่มแรกแล้วค่ะพอตรวจเอกสารเสร็จต้องเอาของไปตรวจอีกครั้งอะไรจะขนาดนั้น             มาที่บาหลีเราต้องตกใจเพราะเจ้าหน้าที่ขอตรวจกระเป๋าเราโดยละเอียดและที่สำคัญเอาเครื่องอะไรก็ไม่รู้มาถูที่นิ้วมือเรา…เราเลยถามว่าทำไมทำอย่างนี้ไม่เห็นตรวจคนอื่นเลยเขาบอกว่าแค่สุ่มดูเท่านั้น(ขอบอกว่ามารยาทเจ้าหน้าที่ไม่ดีเลย) ตรวจว่าเราเอายาเสพติดเข้าประเทศเขาหรือเปล่า แค่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจารย์ตู่ยังดื่มไม่เป็นเลยนับประสาอะไรจะขนยาเสพติดเข้าประเทศเขาล่ะหาเรื่องติดคุกทำไม แต่ก็ช่างเถอะ             เราเดินออกมาก็เจอเจ้าของรถเลยค่ะยืนถือป้ายรอเราอยู่แล้วค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องถ่ายรูปไว้ค่ะว่ารถมีปริมาณน้ำมันเท่าไรเพราะตอนกลับเราจะได้เติมเท่าที่มีให้และต้องถ่ายรูปรอยบุบรอยขีดขวนต่าง ๆ ไว้ค่ะ เพราะกันไม่ให้โดนหาว่าทำรถเขาเป็นรอยค่ะ ไม่น่าเชื่อค่ะว่าตอนเราเอารถมาส่งเจ้าของไม่ดูอะไรเลยค่ะ รับรถกลับเลยเราเลยสัญญากับเขาว่าจะแนะนำให้คนไทยที่ไปเที่ยวบาหลีติดต่อเช่ารถจากเขาค่ะเพราะเราขอบอกว่าเขานิสัยดีมากค่ะ            ได้รถเรียบร้อยแล้วหิวค่ะเลยต้องหาแลกเงินเป็นค่าอาหารกับค่าด่านเก็บเงินที่สนามบินจริงๆเราไม่อยากแลกเงินที่สนามบินเท่าไรเพราะให้อัตราแลกที่ต่ำกว่าเป็นจริงคือเราแลกที่ 10 US /86,000 รูเปียห์ ได้ในราคา และ 1 [...]

อ่านต่อ
DSCF0552

           อาจารย์ตู่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวบาหลีด้วยตั๋วเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียในราคาที่คิดว่าไม่แพงประมาณว่าสองคนไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทค่ะ(ต้องขอขอบคุณแอร์เอเชียที่มีโปรโมชั่นราคาดีๆๆให้เราได้มีโอกาสได้ท่องเที่ยว) และค่าใช้จ่าย 5 วัน 4 คืน อีกหมื่นนิดๆๆค่ะรวมค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าอาหารและค่าที่พักแต่ยังไม่รวมของฝาก (อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะซื้อมากน้อยอย่างไง)             เราเริ่มต้นกันเลยนะค่ะเริ่มแรกก็ต้องเข้าไปจองตั๋วเครื่องบิน(เราจองตั๋วล่วงหน้าประมาณ 2-3เดือนก่อนเดินทางค่ะ) และไปยืมเจ้าเครื่อง GPS (มาจากเพื่อนก่อน 2 อาทิตย์ ก่อนการเดินทางเอามาเรียนรู้ล่วงหน้าว่าใช้กันอย่างไง…ประมาณว่าราคาเครื่อง GPS แพงยังไม่มีเงินซื้ออาศัยยืมเพื่อนดีกว่าค่ะ) แต่ถ้าเราจะเช่ารถก็ให้เช็คดูว่าที่เช่ารถเขามีให้เช่าเครื่อง GPS หรือเปล่าครั้งแรกเราติดต่อขอเช่าเพราะไม่แน่ใจว่าโปรแกรมที่ลงไปจะดีไหมปรากฏว่าพอไปถึงเจ้าของรถไม่มีเครื่อง GPS  ให้เช่าค่ะเพราะเขาเปลี่ยนบริษัทมาให้สำหรับค่าเช่าเจ้าเครื่อง GPS ตกอยู่ที่วันล่ะ 2 US ต่ออันนี้ต้องเช็คดูให้แน่ใจนะค่ะถ้าเขาเกิดไม่มีให้เราเช่ามีคนเช่าไปหมดเราก็หมดสนุกค่ะเพราะแผนที่ดูยากมากๆๆ ) ยืมเครื่อง GPS  จากเพื่อนมาแล้วก็เอาเจ้าเครื่อง GPS ไปลงโปรแกรมของประเทศอินโดนีเซีย ที่ฟอร์จูน ในราคา 500 บาท             การจองรถเรา e-mail ไปจองรถวิธีนี้สะดวกค่ะก็อยากจะแนะนำเจ้าของรถที่เราเช่าตลอดการเดินทางในบาหลีขอบอกค่ะว่าเจ้าของเขานิสัยดีมากเลยในครั้งแรกตามเราจองรถตามที่มีคนแนะนำให้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ปรากฏว่าพอไปถึงเราเจอคนที่เอารถมาให้เขาบอกว่ารถของเขาไม่ใช่เจ้าที่เรา e-mail มาแต่ไม่เป็นไรค่ะทีแรกเห็นรถไม่ประทับใจเลยค่ะดูข้างนอกก็ดีค่ะแต่พอเปิดประตูเข้าไปมันเป็นกลิ่นเก่าๆอับๆๆยังไงไม่รู้(ครั้งแรกที่เห็นรถค่ะแต่เมื่อใช้ไปแล้วขอบอกว่าติดใจเพราะขับออกไปไม่มีกลิ่นอับแล้วค่ะ)เริ่มจะมีความรู้สึกที่ดีแล้วค่ะ             พอเห็นรถเราก็จัดการถ่ายรูปรถไว้เลยค่ะว่าน้ำมันอยู่ที่เท่าไรมีรอยปุบรอยขีดตรงไหนเพราะป้องกันเวลาเราเอารถมาส่งค่ะปรากฏว่าตอนเอารถมาส่งเจ้าของไม่ดูอะไรเลยน้ำมันก็ไม่เช็คว่าเราเติมมาให้เท่ากับตอนที่เขาส่งรถให้เราหรือเปล่าเจ้าของดีจริงๆๆค่ะนิสัยดีและที่สำคัญเราบอกว่ากลับมาจะแนะนำให้กับเพื่อนๆๆหรือผู้ที่เข้ามาอ่านในเว็บไซต์เราเพื่อเขาจะได้มีลูกค้าค่ะเขาดีใจใหญ่เลยค่ะ อย่างไงก็ของฝากด้วยนะค่ะถ้าจะไปบาหลีติดต่อได้ตามนามบัตรนี้ค่ะ ราคาค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ      [...]

อ่านต่อ