0

อิหร่าน

March 20th, 2012

เมื่อพูดถึงประเทศอิหร่านหลายคนคงกลัวไปได้ไงน่ากลัวออกแต่จริง ๆแล้วประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่สงบสวยงาม ถ้าเปรียบว่าอิหร่านเป็นหญิงสาวก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์น่าค้นหามีความสวยงามที่คนมองภายนอกว่าน่ากลัวแต่จริง ๆ พื้นเดิมของคนอิหร่านเป็นคนน่ารักมีน้ำใจ

คนอิหร่านก็เหมือนคนไทยค่ะเห็นคนต่างชาติจะมองและยิ้มให้ ตอนที่ขึ้นเครื่องมาลงที่สนามบินของประเทศอิหร่านอาจารย์ตู่เจอครอบครัวของคนอิหร่านมากันทั่งผู้หญิงผู้ชายสิบกว่าคนยิ้มให้และคุยกันนิดหน่ายเขาชวนอาจารย์ตู่ไปทานข้าวที่บ้านด้วยเขาจะมารับที่โรงแรมอาจารย์ตู่บอกกับเขาว่าจำชื่อโรงแรมไม่ได้ว่าพักที่ไหน เขาบอกว่าลงเครื่องแล้วให้ถามเพื่อนว่าพักที่โรงแรมไหน …เมื่อเครื่องลงถึงสนามบินปรากฏว่าเรากับเขาออกกันคนละทางกันค่ะ คณะอาจารย์ตู่ไปอีกที่หนึ่ง..ครอบครัวชาวอิหร่านที่เจอกัน…เขาไปอีกทางหนึ่งเราเลยไม่เจอกัน…แปลกใจว่าทำไมเขาถึงชวนไปทานข้าวด้วย..ถามน้องนักศึกษาไทยที่มาเป็นไกด์ให้ว่าทำไมเขาชวนไปทานข้าวด้วย..น้องเขาอธิบายว่าคนอิหร่านเขาชอบอวดบ้าน..เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงจะไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านต้องอยู่แต่ที่บ้านเขาก็จะจัดแต่งบ้านให้สวยงามเขามักจะชวนเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักไปที่บ้าน…เราเลยถึงกับบังอ้อเข้าใจแล้ว

ผู้หญิงเมื่อไปถึงประเทศอิหร่านต้องแต่งตัวตามกฎระเบียบของประเทศอิหร่านเลยค่ะสำหรับสตรี สตรีต่างชาติทุกคน (แม้จะไม่ใช่มุสลิม) ที่ไปประเทศอิหร่านจะต้องแต่งกายตามที่อิหร่านกำหนดไว้ คือต้องมีเสื้อคลุมแขนยาว ซึ่งมีความยาวถึงเข่า สีเข้มและไม่รัดรูป ใช้ใส่คลุมทับชุดเสื้อผ้าปกติ สตรีนิยมนุ่งกางเกงขายาวมากกว่ากระโปรงยาวกรอมเท้า และต้องมีผ้าคลุมผมมิดชิดตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ทั้งนี้ สตรีจะไม่สัมผัสมือกับบุรุษขณะทักทายหรืออำลา สำหรับบุรุษ ไม่มีข้อบังคับใดๆ เป็นพิเศษ แต่จะต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามสวมกางเกงขาสั้น ห้ามสวมเสื้อเปิดอกและเสื้อที่ไม่มีแขน (แขนกุด-เสื้อกล้าม)

สิ่งแรกเมื่อมาถึงอิหร่านเราก็เดินไป Shopping ก่อนเลยค่ะไปหาซื้อเสื้อยาว ๆ ผ้าคลุมผมสวย ๆ ตามแฟชั่นของหญิงสาวชาวอิหร่านค่ะเลยเป็นอย่างรูปที่เห็นค่ะ แหล่ง Shopping ที่ใหญ่และเป็นที่นิยมของที่กรุงเตหะรานคือที่ Vali e asr ซึ่งเป็นถนน Shopping คล้ายกับย่านสีลมและอีกที่หนึ่งคือที่ตลาดขายส่งที่ Bozar Tehran ที่นี้สินค้าราคาถูกคล้าย ๆ กับย่านพาหุรัดบ้านเราค่ะ น่าดีใจแทนคนไทยค่ะสินค้าหลายตัวเป็นของที่ผลิตในประเทศไทยและคนอิหร่านก็ชอบสินค้าไทยค่ะ

การมาที่ประเทศอิหร่านสถานที่บางแห่งเขาไม่ให้ถ่ายภาพค่ะเราต้องพึงระวังเป็นอย่างสูงแต่อย่างไงก็แล้วแต่สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ  น้อย ๆ เขาห้ามตรงไหนเราก็ไม่ต้องไปถ่ายรูปตรงนั้นเขาให้ถ่ายรูปตรงไหนเราก็ถ่ายตรงนั้นไปค่ะอย่างไปผิดกฎระเบียบเขา และที่สำคัญประเทศอิหร่านจะมีวันหยุดไม่เหมือนกับประเทศเรานะค่ะประมาณว่า สถานที่ราชการ และธนาคาร จะเปิดทำงานตามปกติในระหว่างวันเสาร์ – วันพุธ เวลา 07.30 – 15.30 น. ส่วนธนาคารเอกชน จะทำการในเวลา 08.00 – 16.00 น.สำหรับวันพฤหัสบดีเปิดทำการครึ่งวันถึง 12.00 น. และหยุดราชการบ่ายวันพฤหัสบดีและวันศุกร์เต็มวัน

สถานที่ต่าง ๆ  และอาหารค่ะส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อแกะและแพะ กลับบ้านมาน้ำหนักอาจารย์ตู่ลดไปสองกิโลโดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายเลยค่ะ

ประเทศอิหร่านได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตพรมสวยงามและดีที่สุดในโลกตอนอาจารย์ตู่ไปที่อิสฟาฮาน isfahan มีพ่อค้าที่นั้นบอกให้เราซื้อพรมเขากลับบ้านตอนกลับให้นั่งพรมกลับตอนเราเดินผ่านไปเขาทักทานเราเป็นภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เราบอกฟังไม่รู้เรื่องเราเป็นคนไทยพ่อหนุ่มขายพรมเลยถามเราเลยว่าคนไทยเขาทักทายกันอย่างไงครั้งหน้าถ้ามีลูกค้าคนไทยมาจะได้ทักทายถูก สิ่งที่สำคัญเมื่อมาที่ประเทศอิหร่านแล้วต้องไม่พลาดที่จะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์พรม Carpet Museum ที่กรุงเตหะราน ซึ่งภายในตบแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสีขาวสวยงามแปลกตาค่ะ รูปถ่ายอาจจะมืดไปนิดหนึ่งค่ะเขาให้ถ่ายรูปได้แต่ไม่ให้ใช้แฟร์



นอกจากนี้แล้วเรายังได้ดูสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเตหะรานอีกหลายที่ค่ะ..แต่จำไม่ได้ว่าสถานที่นั้นชื่ออะไร ไว้ครั้งต่อไปเมื่ออาจารย์ตู่มีโอกาสได้ไปอิหร่านอีกจะถ่ายรูปและเขียนให้ละเอียดกว่านี้ค่ะสมัยนั้นยังไม่นึกอยากเป็นนักเขียนค่ะ…อยากเที่ยวอย่างเดียวพอได้มาทำงานวิชาการเป็นครูแล้วการเขียนเป็นสิ่งสำคัญพอได้ไปที่ไหนก็จะถ่ายรูปเก็บมาเขียนให้ค่ะ..อาชีพก็ทำให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไปได้ค่ะจากขี้เกลียดอ่านขี้เกลียดเขียนมาเป็นขยันเขียนขยันอ่านค่ะ

สถานที่นี้เป็นพิพิธภัณฑ์เรามีโอกาสได้ถ่ายรูปแต่ข้างในนี้เท่านั้นค่ะส่วนด้านนอกเขาห้ามถ่ายรูปค่ะ อย่างที่บอกค่ะการถ่ายรูปในประเทศอิหร่านจะไม่ค่อยอิสระเท่าที่ควร

นอกจากนี้ยังได้เที่ยวชมสถานที่อีกแห่งหนึ่งน่าจะเป็นพระราชวังเก่าหรือที่ไหนไม่แน่ใจค่ะ

ภายในประดับประดาด้วยสิ่งที่สวยงามค่ะ

นอกจากในกรุงเตหะรานแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ถ้ามาที่ประเทศอิหร่านก็คือที่อิสฟาฮาน Isfahan แต่ก่อนถึงเราจะผ่านมาที่สะพานชิโอเซะโพ ถือว่าเป็นสถานที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งค่ะ

แต่เป็นที่น่าเสียเมื่อมาถึงอิสฟาฮาน Isfahan กล้องอาจารย์ตู่แบตเตอรี่หมดอย่างไงคงเป็นรางเอาไว้ว่าจะต้องให้อาจารย์ตู่กลับมาที่นี้อีกครั้ง…แต่คงไม่นั่งพรมไปตามคำแนะนำของพ่อหนุ่มอิหร่านจริง ๆ แล้วที่รอบ ๆ อิสฟาฮาน Isfahan มีร้านค้าและภายในตัวอาคารสวยงามมากเลยเทคโนโลยีในสมัยนั้นในเรื่องของรูปภาพอย่างที่บอกค่ะไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบันนี้เทคโนโลยีไปเร็วมากขนาดเมื่อ 8 ปีที่แล้วใครมีกล้องดิจิตอลถ่ายรูปก็ทันสมัยแล้วล่ะค่ะ

0

จอร์แดน

March 20th, 2012

ความทรงจำเมื่อครั้งปี 2547 ได้มีโอกาสได้เดินทางไปกับคณะทำงานของหน่วยงานแห่งหนึ่งค่ะ แม้จะผ่านมาเกือบ 8 ปี แต่เป็นอะไรที่อาจารย์ตู่ยังคงประทับใจอยู่มากกับการเดินทางในครั้งนั้นถึงแม้จะไม่ค่อยพอใจไกด์ทัวร์ของบริษัททัวร์เท่าไรนักแต่ก็มีสิ่งที่ประทับใจมากกว่าเมื่อมีโอกาสได้พักหยุดการเรียน 2 สัปดาห์ตั้งใจจะเขียนถึงความประทับใจในสถานที่ต่าง ๆ ค่ะ

เมื่อก่อนรูปภาพอาจยังไม่ค่อยสวยงามนักเพราะยังไม่มีทักษะในเรื่องของการถ่ายภาพและกล้องดิจิตอลสมัยก่อนก็ยังไม่แพร่หลายเหมืนอย่างทุกวันนี้

วันแรกของการเดินทางในวันที่ 22 สิงหาคม 2547 อาจารย์ตู่ยังจำได้ดีว่ารู้สึกตกใจนิด ๆ ที่ต้องเดินทางกับคนที่ไม่รู้จักและงงกับการเดินทางเพราะเขาต้องไปทำงานกันแต่เป็นความโชคดีของอาจารย์ตู่ที่ได้นอนพักกับพี่สาวที่น่ารักมีน้ำใจและเป็นเพื่อนในการเดินทางตลอด 11 วันแม้ทุกวันนี้ยังมีโอกาสเจอพี่ท่านนี้อยู่เรายังจดจำเรื่องราวดี ๆ ของการเดินทางในครั้งนั้นได้ดีค่ะ

ถึงแม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไปทำงานมากกว่าแต่ในสถานที่ทำงานเราก็มีโอกาสได้เที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ของทั่งประเทศจอร์แดน และประเทศอิหร่าน ครั้งนี้อาจารย์ตู่จะไม่พูดถึงเรื่องการทำงานนะค่ะจะพูดถึงแต่สถานที่ที่แวะเที่ยวชมและนำรูปบรรยากาศของประเทศจอร์แดนและอิหร่านให้ชมอย่างเดียวนะค่ะแต่คงพูดถึงเรื่องการเดินทางไม่ได้ค่ะเพราะไปกับคณะซึ่งมีคนบริการให้เราค่ะ

คณะของเรามาเจอกันช่วงเช้าที่สนามบินดอนเมืองค่ะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ออกเดินทางไปกับคนที่ไม่รู้จักเลยรู้ตื่นตาตื่นใจมากกับการเดินทางโดยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ เครื่องบินออกจากสนามบินดอนเมืองในเวลา ประมาณ 8.00 น.และไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองโดฮ้า ประเทศกาตาร์ รอเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อบินต่อไปยังกรุงอัมมานประเทศ จอร์แดน

ในภาพคือบรรยากาศยากเย็นและยามเช้าภายในกรุงอัมมานประเทศจอร์แดน ช่วงที่เราไปช่วงนั้นยังคงมีสงครามของประเทศอิรักอยู่ค่ะทำให้หน่วยงานราชการและนักศึกษาไทยที่ประเทศอิรักต้องอพยพมาพักที่กรุงอัมมานประเทศจอร์แดน

ภาพโดยรวมเราจะเห็นว่ายังคงมีรถถังจอมอยู่ภายในบริเวณโรงแรมที่เราค่ะแต่ขอบอกว่าที่นี้ปลอดภัยค่ะไม่อันตรายตึกหรืออาคารต่าง  ๆ ถ้าสังเกตได้จะเห็นเป็นสีนวลอ่อน ๆ รับรองว่าถ้าเราผลิตสีทาบ้านซึ่งมีสีที่หลากหลายเหมือนบ้านเราคงนำไปขายที่นี้ยากค่ะเท่าที่คุยกับไกด์ท้องถิ่นเขาบอกว่าคนที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงและเด็กเสียเยอะคนวัยทำงานหนุ่มสาวจะออกไปทำงานต่างประเทศกันเป็นส่วนใหญ่ เมื่อรถวิ่งไประว่างทางเราจะเห็นรถขนน้ำเขาขนน้ำมาขายจำได้ว่าไปถึงโรงแรมหิวน้ำมาก ๆ ลงมาซื้อน้ำของโรงแรมเขาขายเราราคา 5 เหรียญสหรัฐ ขนาดขวด 1.5 ลิตร ตัดสินใจไม่ซื้อเพราะแพงเกินไป

ภาพถ่ายยามค่ำคืน..อาหารค่ำและอาหารกลางวันค่ะไม่แตกต่างกันคือทั่งอาหารเช้า กลางวัน ค่ำ เราทานไม่ได้ค่ะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราคือ การรับประทานมาม่าค่ะ

อาหารงานเลี้ยงที่คณะนักธุรกิจของประเทศจอร์แดนเลี้ยงให้กับคณะของเราค่ะจะสังเกตได้ว่ามีแต่ผู้ชาย ส่วนใหญ่ผู้หญิงแทบจะไม่ค่อยได้ออกมาทำงานนอกบ้านเลยค่ะเรามานั่งคิดว่าไม่มีที่ไหนให้ความเป็นอิสระและความเท่าเทียมกันเท่ากับประเทศเราแล้วค่ะ

สำหรับมื้อนี้เราโชคดีค่ะได้เข้ามาเยี่ยมท่านทูตไทยประจำอิรักแต่ต้องอพยพมาอยู่ที่จอร์แดนค่ะอย่างที่บอกว่าช่วงที่เราไปเป็นช่วงสงครามประเทศอิรักยังรุนแรงอยู่ มื้อนี้หัวหน้าคณะเขาเตรียมเครื่องทำอาหารไทยมาด้วยเราเลยได้รับประทานอาหารไทยที่บ้านท่านทูตมื้อนี้เป็นมื้อที่กินอิ่มนอนหลับค่ะเพราะท้องไม่ร้อง

แต่ยังไงเสียมาครั้งนี้ก็ยังมีโอกาสได้เดินทางมาดูสถานที่ท่องเที่ยวทีสำคัญของประเทศจอร์แดนคือที่ เพตราเป็นสถานที่ที่สวยงามมากค่ะ

บรรยากาศโดยรอบและความสวยงามของสถานที่ค่ะเรามาทำงานแม้มีเวลาสักนิดก็ขอให้ได้แวะสถานที่สำคัญของประเทศจอร์แดนสักนิดก็ยังดีก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศอิหร่านค่ะ