ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่อาจารย์ตู่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นแต่ก็ยังไม่กล้าบอกว่าตนเองมีความเชี่ยวชาญในการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพียงแค่อยากนำข้อมูลเรื่องราวมานำเสนอให้สำหรับท่านที่ต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองเพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองค่ะ

การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย ผู้คนน่ารักมีมิตรไมตรี หลงทางก็ไม่ต้องกลัวเดินเข้าไปถาม ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลือ (สิ่งที่ขาดไม่ได้คือถ้าไปที่ Information แล้วให้ขอแผนที่ และอย่าลืมขอแผนที่ภาษาญี่ปุ่นมาควบคู่กับแผนที่ภาษาอังกฤษนะค่ะเอาไว้เวลาหลงทางแล้วถามคนญี่ปุ่นค่ะ) อีกประการหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ อาหารการกินของญี่ปุ่นมีขายตลอดทางที่ไปไม่อดยากหารับประทานง่าย (แต่ราคาสูงไปหน่อย) ครั้งนี้อาจารย์ตู่พกเอาหมูแดดเดี่ยวไปสองกิโลค่ะ เอาไว้ทานกับข้าวปั้นเป็นมื้อกลางวันก็ประหยัดไปเยอะเลยค่ะ  ไม่ต้องอายใครหลอกค่ะถ้ามั่วแต่อายรับรองกระเป่าแบนแน่ ๆ ค่ะ จะหยิบจะจับจะซื้ออะไรแต่ละอย่างต้องคิดหนัก จากคนที่เคยกินทั่งวันไม่หยุดมาญี่ปุ่นกลายเป็นคนกินอาหารเป็นเวลาไม่กินจุกจิกไปเลยค่ะ

พูดมามากมายเดี่ยวคนอ่านจะเบื่อเข้าเรื่องเลยค่ะ  เป้าหมายในครั้งนี้ คือ การท่องเที่ยวฤดูร้อนที่เกาะฮอกไกโด สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เราก็ใช้บัตร JR Pass อย่างคุ้มค่าเพราะเดินทางจากโตเกียว ไปยัง ซัปโปโร (ไกลน่าดูเลยค่ะ) เราขึ้นรถไฟซินคันเซน รถไฟที่บริการพิเศษเฉพาะฤดูท่องเที่ยวตามสถานที่ที่เป็นที่ยอดนิยมของญี่ปุ่นแบบชนิดที่คุ้มเกินคุ้มจริง และเหตุผลที่ต้องเดินทางจากโตเกียวไปซัปโปโร ก็เพราะเป็นช่วงที่มีตั๋วโปรโมชั่นของการบินไทยและการบินไทยยังไม่มีบินตรงไปยังฮอกไกโดค่ะ ทวิปนี้เราเดินทางทั่งหมด   8 วันค่ะ เรามาดูขั้นตอนแรกก่อนเดินทางค่ะ

การจองตั๋วเครื่องบินกับตั๋ว JR Pass

ครั้งนี้ฝากน้องเขาจองตั๋วกับบริษัทของที่บ้านเขาค่ะราคาตั๋วเครื่องบิน 18,500 บาท ส่วนตั๋ว JR Pass จองจาก บริษัท ควอลิตี้  เอ็กซ์เพรส สาขาฟอร์จูนทาวน์ เหมือนเดิมค่ะ เดี่ยวนี้จองตั๋ว JR Pass รับตั๋วได้เลยค่ะ ราคาขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินค่ะ เราซื้อมาในราคา 11,415 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันที่ 2 กรกฎาคม 2555 100 เยน = 40.32 บาท) ในวันเดิน 11 กรกฎาคม 255

วีซ่าญี่ปุ่น

การขอวีซ่าไปญี่ปุ่นครั้งนี้เราต้องไปยืนขอที่ศูนย์รับยื่นขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C (ติดกับเซ็นทรัลชิดลม)

การรับคำร้องขอวีซ่า        วันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 น. – 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน)

การคืนหนังสือเดินทาง วันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 น. – 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน) และ

วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 น. – 12:30 น.

นอกจากนี้เรายังสามารถขอวีซ่าแบบ Multiple เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และอื่นๆ

นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายที่จะออกวีซ่าแบบ Multiple ให้กับบุคคลสัญชาติไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น และมีจุดประสงค์ที่จะไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และอื่นๆ วีซ่าจะมีอายุการใช้งาน 3 ปี หรือน้อยกว่าแล้วแต่กรณี และระยะเวลาการพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน (สูงสุด 90 วัน) ต่อครั้งขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ยื่น และหลักเกณฑ์การพิจารณาของสถานทูต ฯ อย่างไงก็มาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เวปไซต์  แหล่งที่มา

http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa14.htm

ครั้งนี้อาจารย์ตู่โชคดีค่ะได้วีซ่าแบบ Multiple กะว่าเมื่อไร ตั๋วเครื่องบินราคาพอไปไหวมีเวลาจะขอไปเที่ยวลุ่ยเดียวเที่ยวญี่ปุ่นสักหนึ่งเดือน (ฝันเอาไว้ก่อนค่ะเผื่อความฝันจะเป็นจริง) อย่างไงอย่าลืมดาวน์โหลด หนังสือแสดงเหตุผลในการขอวีซ่าแบบ Multiple แนบไปด้วยนะค่ะ แหล่งที่มา http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/reason_th.pdf

ค่าวีซ่า แบบ Multiple     2,260  บาท  ค่าบริการ  535  บาท

เดินทางโดยการบินไทย

ค่าตั๋วเครื่องบิน 18,570  บาท

ตั๋ว JR Pass

ค่า JR Pass ราคา          11,415    บาท

โรงแรมที่พัก

ที่พักที่ Hakodate Hakodate Henmi Ryokan    ราคา 2 คืน 4,473.67 บาท

ที่พักที่ Sapporo Hotel Sunlight Sapporo  ราคา 2 คืน 7,444.21 บาท

ที่พักที่ Aomori Smile Hotel Aomori  ราคา 1 คืน 1,595  บาท

ที่พักที่ Tokyo Hotel Route Inn Tokyo Asagaya  ราคา 1 คืน 2,927.50  บาท (ชื่อเดิมของโรงแรมก่อนเปลี่ยนชื่อใหม่ Amistad Asagaya Hotel )

รวมค่าใช้จ่าย ต่อ 1 คนนะค่ะ (แต่เราไป 2 คนค่ะ)  อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 100 เยน 40.7 ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2555

ค่าตั๋วเครื่องบิน                               37,140            บาท                              18,570    บาท/คน

ค่าJR Pass                                     22,830            บาท                              11,415    บาท/คน

ค่าวีซ่า                                                5,590            บาท                                 2,795   บาท/คน

ค่าโรงแรมที่ Hakodata                  4,473.67       บาท  (2 คืน)                  2,239   บาท/คน

ค่าโรงแรมที่ Sapporo                    7,444.21       บาท (2 คืน)                    3,723   บาท/คน

ค่าโรงแรมที่ Aomori                       1,595            บาท   (1 คืน)                       798   บาท/คน

ค่าโรงแรมที่ Tokyo                       2,927.50        บาท   (1 คืน)                    1,464   บาท/คน

รวม 82,002          บาท 41,001    บาท/คน

ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าอาหาร/ค่าเดินทางที่นอกเหนือจากการใช้ JR Pass

แผนการเดินทางทั่งหมด (ช่วงการเดินทางการบินไทยยังไม่มีบินตรงไปฮอกไกโด)

วันที่ 1 ( 11 กรกฎาคม 2555)      กรุงเทพฯ – นาริตะ โตเกียว

วันที่ 2 ( 12 กรกฎาคม 2555)      โตเกียว  – ฮาโกดาเตะ (ใช้เวลาในการเดินทางทั่งวัน แวะที่อาโอโมริ)

วันที่ 3 ( 13 กรกฎาคม 2555)      เที่ยวรอบ ๆ ฮาโกดาเตะ

วันที่ 4 ( 14 กรกฎาคม 2555)      ฮาโกดาเตะ – ซัปโปโล – โอตารุ

วันที่ 5 ( 15 กรกฎาคม 2555)      ซัปโปโร – ฟูราโนะ – บิอิ

วันที่ 6 ( 16 กรกฎาคม 2555)      ซัปโปโร – อาโอโมริ  (ใช้เวลาในการเดินทางทั่งวันทีแรกจะเดินทางด้วยรถไฟเที่ยวกลางคืนเพราะเวลาช่วงกลางวันเราจะเที่ยวรอบ ๆ ซัปโปโร แต่จองตั๋วรถไฟเที่ยวกลางคืนไม่ได้รถไฟเต็มเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวของคนญี่ปุ่น…ถ้าท่านใดจองตั๋วรถไฟเที่ยวกลางคืนได้จะได้เที่ยวรอบ ๆ ซัปโปโรค่ะเราเลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่เป็นนั่งรถไฟเที่ยวกลางวันมาพักครึ่งทางที่อาโอโมริ)

วันที่ 7 ( 17 กรกฎาคม 2555)      อาโอโมริ  – โตเกียว

วันที่ 8 ( 18 กรกฎาคม 2555)      โตเกียว – กรุงเทพฯ

หมายเหตุ…การที่เราวางแผนการเดินทางก่อนไปเที่ยวนั้นบางครั้งเมื่อไปท่องเที่ยวแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ก็อย่างเพิ่งตกใจนะค่ะสำหรับท่านที่เดินทางเป็นครั้งแรกเที่ยวนี้มีเหตุการณ์ให้เราต้องเปลี่ยนโปรแกรมการเดินทางบ้างก็เหตุที่ญี่ปุ่นเป็นวันหยุดยาวผู้คนออกเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติพี่น้องทำให้รถไฟช่วงเวลาที่เราต้องการเติมเราก็หาวิธีใดวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหานะค่ะ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญใครอยากได้ของที่ระลึกในการเดินทางตามสถานที่ท่องเที่ยวโดยไม่ต้องจ่ายเงินให้เตรียมสมุดเล่มสวย ๆ เอาไว้ประทับตรายางตามสถานที่ท่องเที่ยวในแถบฮอกไกโดได้ครั้งนี้อาจารย์ตู่พลาดไปค่ะไม่ได้เตรียมสมุกโน้ตไปด้วยเสียดายมากเลยค่ะถ้าไม่อยากให้ท่านพลาดโอกาสเตรียมสมุดโน้ตสวย ๆ ไปนะค่ะ (อย่างน้อยก็เป็นความสุขทางใจที่หาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพราะทุกอย่างที่ญี่ปุ่นแพงมากๆๆ)

  1. ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ยาก อย่างที่ใครหลายคนอาจจะคิดไว้