*** กรุงเทพ – สนามบินนาริตะ – โตเกียว – อาโอโมริ Aomori – ฮาโกดาเตะ Hakodate **** พักที่ ฮาโกดาเตะ Hakodate

วันนี้เดินทางสบาย ๆ โดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 6 โมงเย็นเลยถือโอกาสไปนั่งหาอะไรกินที่เลาจน์คิงพาเวอร์

ออกเดินทางโดยสายการบินไทย จากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 22.10 น.ถึงสนามบินนาริยะ Narita Airport เวลา 06.40.น. ที่ อาคาร Airport Terminal 1

ของว่างมื้อแรกบนเครื่องบิน (แอบตกใจนิดหน่อยว่าแค่นี้เองหรือ..ดีนะที่กินที่เลาจน์คิงพาเวอร์) ไม่ว่ากันค่ะเพราะมื้อค่ำอย่างนี้ไม่อยากกินมากอยู่แล้วเพราะกลัวอ้วน..เลยเก็บใส่กระเป๋าไว้เป็นเสบียง

ก่อนเครื่องบินจะลงสู่สนามบินนาริตะเราก็ได้รับอาหารเช้าค่ะอย่างที่เห็นมีให้เลือกสองเมนูเราเลือกข้าวต้มกุ้งคิดว่าน่าจะดีที่สุดแล้ว พอเปิดออกมาอย่างที่เห็นค่ะ.แทบไม่เชื่อว่านี้คือข้าวต้ม ลองชิมคำแรกก็ทราบได้เลยว่ามันคือข้าวต้มลูกผสม มีทั่งแปะก๋วย เห็ดหอม และที่เห็นเป็นแผ่นขาว ๆ นั้นถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นส่วนประกอบที่ใส่ลงไปในบะหมี่ญี่ปุ่นเลยสรุปได้ว่าข้าวต้มนานาชาติเพื่อผู้โดยสารทุกชาติจะได้ทานได้เพราะมาตรฐานสากล

มาถึงสนามบินนาริตะเวลาประมาณ 06.40.น.การตรวจคนเข้าเมืองสบาย ๆ คนไม่เยอะออกมารับกระเป๋าและแลก ตั่ว JR

ตั๋ว JR เราซื้อที่ประเทศไทยจะเป็นเล่มคล้าย ๆ กับตั๋วเครื่องบินสมัยก่อนค่ะนำตั๋วJR มาเปลี่ยนเป็นตั๋วอีกครั้งหนึ่งครั้งนี้ทำรูปเล่มสวยกว่าครั้งที่แล้ว  ตั๋วJR ต้องเก็บให้ดีนะค่ะอย่างให้หาย ถ้าหายล่ะเป็นเรื่องเลยค่ะ เพราะจะทำให้การท่องเที่ยวของเราไม่สนุกแน่นอน

ในกรณีที่เครื่องลงเช้ามากๆ สำนักงานที่จองตั๋ว JR ยังไม่เปิด แต่เราสามารถแลกตั๋ว JR ได้เพราะเขาจะมีเคาน์เตอร์และมีพนักงานทำงาน เราก็จัดการจองตั๋วเลยค่ะเนื่องจากคนต่อคิวเยอะเราจองตั๋วได้แค่สถานีชินอาโอโมริ Shi  Aomori ส่วนไปต่อยัง สถานีฮาโกดาเตะ Hakodate เราค่อยไปจองตั๋วใหม่ที่สถานีชินอาโอโมริ และอย่าลืมหยิบตารางรถไฟติดตัวด้วยนะค่ะเราจะได้วางแผนการท่องเที่ยวต่อได้

ออกเดินทางได้แล้วค่ะเราเข้าโตเกียวโดย รถไฟนาริตะเอ็กเพรส Narita Express ในเวลา 08.13 น. มาถึงสถานีโตเกียว JR Tokyo 09.32 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เดินทางต่อ ***จากสถานีโตเกียวไปลงที่สถานีชินอาโอโมริ Shi  Aomori โดยรถไฟสายฮายาเตะ Hayate Shinkansen   รถไฟออกจากสถานีโตเกียว JR Tokyo เวลา 09.56 น. ถึงสถานี ชินอาโอโมริ Shi  Aomori เวลา 13.19 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 23 นาที

ก่อนที่รถไฟจะออกจากสถานีเราพอมีเวลาประมาณ 20 กว่านาที ควรที่จะหาอาหารกลางวันติดตัวไปกินบนรถไฟจะดีกว่าไปหาซื้อบนรถไฟเพราะราคาจะแพงกว่า หรือถ้าอยากจะกินเบนโตะ (Bento) อาหารกล่องจากสาว ๆ ที่เดินขายบนรถไฟก็ได้  อาจารย์ตู่หาซื้อข้าวที่สถานีรถไฟ  ใช้วิธีชั่งกิโลขาย ราคา 819 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ 334 บาท สำหรับหมูนั้นเราเอาไปเองจากเมืองไทยค่ะซื้อไป 2 กิโลกรัม  ครังนี้ก็อดไม่ได้ซื้อกาแฟร้อนดื่มบนรถไฟในราคา 300 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ 122 บาท

รถไฟพาเรามาถึง สถานีชินอาโอโมริ Shi  Aomori ในเวลา 13.19 น. สำหรับ จังหวัดอาโอโมริตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู  สัญลักษณ์ของจังหวัดอาโอโมริ คือ แอ็ปเปิ้ล ซึ่งมีรสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม และผลใหญ่ นอกจากจะนำกินสดแล้ว ยังนำมาแปรรูปเป็นขนมต่างๆ เช่น พายแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลกรอบ ลูกอมแอปเปิ้ล สามารถซื้อมาเป็นของฝากได้ค่ะ

มาถึงสถานีชินอาโอโมริ Shi  Aomori  จองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีฮาโกดาเตะ Hakodate โดย รถไฟสาย  Hakucho  ออกจากสถานีชินอาโอโมริ Shi  Aomori ในเวลา 14.41 น.ถึงสถานี ฮาโกดาเตะ Hakodate ในเวลา 17.01 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที

รถไฟขบวนนี้จะมารับผู้โดยสารที่สถานีอาโอโมริ Aomori แต่สิ่งที่ทำให้อาจารย์ตู่กลัวมากคือรถไฟมันถอยหลังค่ะคิดในใจว่าถ้ามันวิ่งถอยหลังแบบนี้ถึงฮาโกดาเตะ Hakodate คงต้องตายก่อนแน่ ๆ แต่ไม่เป็นอย่างที่คิดค่ะ พอรถมาถึงสถานีอาโอโมริแล้วก็หันหน้าวิ่งตามปกติค่ะ..โล่งใจไปทีคิดว่าจะต้องนั่งรถแบบหันหลังไปอีกสองชั่วโมงกว่ารถไฟขบวนนี้จะวิ่งลอดอุโมงค์ใต้ทะเลค่ะ

สำหรับจังหวัดฮาโกดาเตะ Hakodate ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของเกาะฮอกไกโด และได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งรุ่งอรุณ ในปี ค.ศ. 1850 ฮาโกดาเตะได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเมืองท่าสำหรับค้าขายกับต่างชาติ

มาถึงสถานีฮาโกดาเตะ Hakodate ก็ถึงจุดหมายแรกที่พักค้างแรมกันในวันนี้ ก่อนอื่นเราต้องไปหา Information เพื่อไปหยิบแผ่นที่และสอบถามทางไปที่พักค่ะ

สำหรับที่พักวันนี้เป็นแบบเรียวกังเซ็งเจ้าของบ้าน น่ารัก ใจดี  ทำอาหารอร่อย ถึงแม้ว่าเจ้าของบ้านจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย แต่เราก็สามารถสื่อสารกันได้ด้วยการสังเกตซึ่งกันและกัน ต้องขอบอกว่าอาหารเช้าดีมากๆๆ เจ้าบ้านของมายืนดูเราแบบห่าง ๆ สังเกตดูว่าเรากินอะไรได้บ้างหรืออะไรกินไม่ได้ สำหรับอาจารย์ตู่ไม่ทานของดิบค่ะ พอเช้าวันที่สองเจ้าของบ้านเจียวไข่สไตล์ญี่ปุ่นมาให้ค่ะ

ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดมาท่องเที่ยวที่ฮาโกดาเตะก็แวะเวียนมาพักหรือถ้าไม่มาพักก็ลองมานั่งรับประทานอาหารจากคุณพี่เขาได้เขาเป็นผู้เชียวชาญในเรื่องของการทำอาหารเพราะมีหนังสือพิมพ์มาทำข่าวเรื่องของการทำอาหารจากเจ้าของที่บ้านค่ะ

ฮาโกดาเตะ เฮนมิ เรียวคัง (Hakodate Henmi Ryokan) 4-6 Wakamatsucho, ฮาโกดาเต, ฮะโกะดะเตะ, ญี่ปุ่น 040-0063

การเดินทางมาที่พัก ฮาโกดาเตะ เฮนมิ เรียวคัง

เดินออกจากสถานีรถไฟ JR ฮาโกดาเตะ ให้เดินตรงมาสังเกตด้านซ้ายมือจะเป็นสถานีรถบัสโดยสารและให้เดินตรงมาอีกจะเห็นสถานีรถราง จากนั้นให้เดินข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาโดยเดินผ่านสถานีรถราง เดินมาโดยให้เริ่มนับซอย เจอซอยที่ 1 และให้เดินตรงมาอีกจนถึงซอยที่ 2 ให้เลี้ยวเข้าซอยแล้วเดินตรงมาอีกประมาณ 300 เมตรจะเจอสามแยกให้มองข้ามถนนไปที่พักจะอยู่ทางซ้ายมือเป็นตึกสีออกส้ม ๆ อย่างที่เห็นในภาพ

สำหรับที่พักจะมีระเบียบคืออาหารเช้าจะเสริฟในเวลา 8.00 น. เวลาอาบน้ำตั้งแต่ 7.00- 22.00 น. และจะปิดบ้านพักในเวลา 24.00 น. (เหตุที่มีระเบียบน่าจะมาจากการที่เจ้าของบ้านทำงานคนเดียวทั่งรับแขก ทำอาหาร และทำความสะอาดที่พัก เลยต้องมีการระเบียบ) หากหาที่พักไม่เจอให้ถามคนที่เดินอยู่แถวนั้นได้ค่ะเราก็หลงทางเหมือนกันต้องถามคนแถวนั้นคนญี่ปุ่นน่ารักค่ะเขาพาเดินไปจนถึงที่พักหลังจากเช็คอินเข้าที่พักแล้วเราก็อาบน้ำอาบท่าแล้วเดินออกมาหาอาหารค่ำ

เราเดินออกมาหาอาหารค่ำโดยไม่จุดหมายเดินไปเรื่อย ๆ ก็มาสะดุดตาเห็นร้านราเม้ง ตบแต่งร้านสวยดีพอเดินเข้าไปดูทีแรกคิดว่ามีร้านเดียวที่ไหนได้มีร้านให้เลือกหลายร้านมีลักษณะเหมือนศูนย์อาหารมีลักษณะร้าน ก็เป็นร้านเล็กๆ น่ารัก ๆ เราสามารถเลือกกินอะไรก็ได้*** มื้อนี้เรากินราเม้งคนล่ะหนึ่งจานและเกี้ยวซ่าอีกหนึ่งจานคิดเป็นเงิน 1,800 เยน คิดเป็นเงินไทย 733 บาท

การเดินทางมาศูนย์อาหาร

เดินออกจากที่พักให้เลี้ยวขาวแล้วเดินตรงมาจนสุดทางจะเป็นถนนใหญ่ที่มีรถรางวิ่งผ่านให้ข้ามถนนแล้วให้เลี้ยวขวาเดินตรงไปเรื่อย ๆ ไม่ไกลและให้สังเกตฝังตรงข้ามจะเป็นร้านไก่เคเอฟซีแล้วเลี้ยวเข้าซอยจะเจอศูนย์อาหาร

ตั๋วรถไฟชินคันเซน

ตอนนี้ขอจบแค่นี้่ก่อนนะค่ะตอนต่อไปเที่ยวในเมืองฮาโกดาเตะ