เช้าวันนี้เราตื่นแต่เช้ารับประทานอาหารที่พักอาหารมื้อนี้เจ้าของเรียวคันเซ็นทำอหารให้กับอาจารย์ตู่เป็นพิเศษคือมีไข่เจียมให้ด้วยค่ะเป็นมื้อที่อร่อยมากๆๆ ก่อนออกเดินทางเราก็ขอถ่ายรูปและขอบคุณเจ้าของค่ะถ้ามีโอกาสลองมาพักดูนะค่ะ

ออกมาจากที่พักก็แวะซื้อของที่ 7/11 ค่ะ ซื้อข้าวปั้น โยกิ์รตที่ร้านก่อนเดินทาง

เราใช้เวลาในการเดินทางทั่งสิ้น 3 ชั่วโมง 29 นาที จากฮาโกดาเตะ Hakodate มาถึง Sapporo  เมื่อมาถึงสถานีรถไฟที่ Sapporo เราก็ไปที่ Information เพื่อจองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางไป  โอตารุ และจองรถไฟเที่ยวพิเศษไปฟูราโนะ Furano และ บิเอะ biei แต่ตั๋วรถไฟเที่ยวพิเศษเราได้รถไฟไปลงที่ฟูราโนะ Furano และ บิเอะ biei ค่ะแต่เที่ยวกลับรถไฟเต็มเราต้องต่อรถไฟจากบิเอะ biei และไปต่อรถไฟที่สถานี Asahikawa เพื่อกลับ Sapporo ค่ะไม่มีปัญหาค่ะเรารีบจองเลยเพราะกลัวไม่ได้รถไฟเที่ยวพิเศษสำหรับวันพรุ่งนี้เพื่อไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ Lavender

เสร็จจากจองตั๋วรถไฟเรียบร้อยเราก็เดินทางไปโรงแรม

วันนี้เราพักที่ โรงแรมซันไลท์ซับโปโร (Hotel Sunlight Sapporo)

3-1-4 3chome, Minami8jyo Nishi, Cyuo-ku, ตัวเมืองซัปโปโร, ซัปโปโร, ญี่ปุ่น 064-0808 (รวมอาหารเช้า)

การเดินทางมาที่โรงแรมซันไลท์ซับโปโร (โรงแรมนี้จะมีชื่อติดที่ตึกเป็นภาษาญี่ปุ่น)

เมื่อมาถึงสถานี JR Sapporo ให้ขึ้นรถไฟสายสีเขียว (สามารถถามพนักงานได้ค่ะเขาจะยืนอยู่ที่ตู้ซื้อตั๋วรถไฟ) การเดินทางมาที่โรงแรมให้ขึ้นรถไฟสายสีเขียวให้นับสถานีเพราะจำชื่อสถานีไม่ได้โรงแรมจะอยู่สถานีที่ 3 (หลังจากขึ้นรถไฟเที่ยวนี้แล้วเราเห็นว่าอากาศดีและราคารถไฟค่อนข้างแพงเราจึงใช้วิธีเดินจากโรงแรมมาสถานีรถไฟ JR Sapporo ทุกวัน)  เมื่อถึงสถานีแล้วให้เดินออกประตูที่ 2 แล้วหันหน้าอออกทางถนน..ให้เลี้ยวซ้ายเดินไป 1 ป๊อกแล้วข้ามถนนตรงข้ามไฟแดงจะเห็นโรงแรม Best Western ให้เดินเข้าซอยโดยซอยจะขนาบไปกับลำคลอง

เก็บของที่โรงแรมเรียบร้อยแล้วเราก็เดินทางไปเที่ยวยังคลองโอตารุ

คลองโอตารุ

โอตารุเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโรประมาณ 40 กิโลเมตร เดิมเป็นเมืองท่าสำคัญแต่ปัจจุบันขึ้นชื่อในเรื่องของซูชิ การทำเครื่องแก้ว และ กล่องดนตรี

คลองโอตารุ หรือ โอตารุอุนงะ มีความยาว 1.5 กิโลเมตร ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ โดยมีโกดังเก่าบริเวณโดยรอบปรับปรุงเป็นร้านอาหารเรียงรายอยู่ บรรยากาศในยามเย็นสุดแสนโรแมนติก คลองแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1923 โดยสร้างขึ้นจากการถมทะเล เพื่อใช้สำหรับเป็นเส้นทางการขนถ่ายสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนหลวงสาย 17 แล้วเหลืออีกครึ่งหนึ่งไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการสร้างถนนเรียบคลองด้วยอิฐแดงเป็นทางเดินเท้ากว้างประมาณ 2 เมตร

สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่ได้รับความนิยมถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึกเป็นอันดับต้นของเมือง มีฉากหลังเป็นหลังคาอาคารก่ออิฐแดง โดยคลองโอตารุสร้างเสร็จในปี 1923 เป็นคลองที่เกิดจากการถมทะเล ใช้เป็นเส้นทางขนถ่าย สินค้าจากเรือใหญ่ ลงสู่เรือขนถ่าย แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวงสาย 17 ส่วนที่เหลือไว้ครึ่งหนึ่งก็ได้ทำการปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งยังปรับปรุงทางเดินเลียบคลองด้วยอิฐสีแดง เพื่อให้สามารถเดินเล่นได้อย่างสะดวกสบาย

ในหน้าร้อนจะมีนักวาดรูปมานั่งวาดภาพเสมือนจริงให้กับนักท่องเที่ยว และมีศิลปินมาร้องเพลง รวมทั้งมีของที่ระลึกเล็กๆ ทำมือจำหน่าย

ส่วนในหน้าหนาว ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์จะมีการสร้างบ้านและปั้นตุ๊กตาหิมะตลอดทางเดิน และจุดเทียนในโคมน้ำแข็งแล้วลอยโคมเทียนในคลองด้วย

การเดินทางจาก ซัปโปโร Sapporo ไป โอตารุ Otaru

จากสถานี JR Sapporo นั่งรถไฟสายไปลงที่ JR Otaru ใช้เวลาประมาณ  32 นาที เมื่อออกจากสถานีแล้วให้เดินข้ามถนนไปเลื่อยๆ จะผ่านร้าน KFC เดินต่อไปจะเจอ Music House กับ Information เนื่องเราไปถึงเย็น  Music House ปิดแล้วแต่เราเดินไปถ่ายรถเล่นที่ Information และเดินชมบรรยากาศโดยรอบคลอง

อากาศที่ Otaru อากาศเย็นมากขนาดหน้าร้อยอุณหภูมิอยู่ที่ 18 องศา เราไม่ได้เตรียมตัวคิดว่าหน้าร้อนอากาศคงไม่เย็นจึงไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไปค่ะอากาศเย็นมาก ๆ เดินจนเหนื่อยเห็นคณะนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนเยอะไปหมดเลยค่ะ

เดินจนสุดคลองเราก็ข้ามถนนไปหาอะไรรับประทานเป็นอาหารเย็นค่ะเดินวนเวียนอยู่ในศูนย์อาหารหลายรอบมาพอใจที่ร้านบะหมี่ร้านนี้ค่ะรสชาติพอใช้ได้ค่ะ

รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินทางกลับมาที่สถานี JR Sapporo เพื่อกับโรงแรมระยะทางจากโรงแรมประมาณ 3 ป้ายรถไฟฟ้าใต้ดินด้วยความตระหนี่ของเราก็ว่าได้เนื่องจากเห็นว่าไม่ไกลเที่ยวที่ออกจากโรงแรมเราก็ใช้วิธีเดินไปและเดินกลับระยะทางจากโรงแรมเดินสบาย ๆ ดูสองข้างทางไปก็ประมาณ ไม่น่าเกิน 2 – 3 กิโลเมตรได้ค่ะเสียดายค่ารถไฟฟ้าใต้ดินเพราะ JR Pass ใช้ไม่ได้แต่การเดินก็ได้เห็นอะไรเยอะดีค่ะและเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วยค่ะ

ยังมีตอนที่ 5 ต่อนะค่ะจะพาไปชมทุ่งฟูราโนะ Furano และ บิเอะ biei