วันนี้เราจะเดินทางกลับเข้าโตเกียวค่ะ เราเดินทางออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าก็ใช้เส้นทางเดิมมาขึ้นรถไฟจากสถานี Aomori เพื่อมาสถานี Shin Aomori  ขณะรอรถไฟออกจากสถานีรถไฟขบวนกลางคืนสาย ฮามานาซุ Hamanasu ขบวน Nobinobi carpet car ที่วิ่งมาจากซัปโปโรมาถึงพอดีคนเยอะมากค่ะเรานั่งอยู่ต้องลุกขึ้นมายืนเพราะจากสถานี Aomori มายังสถานี Shin Aomori  ใช้เวลานิดเดียวค่ะ

พอมาถึงสถานี Shin Aomori  เราจองตั๋วได้ในเวลา 6.10 น.มาถึงสถานีโตเกียวในเวลา 9.24 น.นั่งสบายๆ ชมวิวค่ะ ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง 14 นาที สบายๆๆค่ะที่นั่งกว้างเดินไปมาสบายห้องน้ำสะอาด

มาถึงสถานีโตเกียวเราต่อรถไฟสายสีส้ม Chuo Line มาลงที่สถานี Asagaya เพื่อมาที่พัก

วิธีเดินทางมายังโรงแรม Hotel Route Inn

ถึงสถานีโตเกียวก็นั่งรถไฟสายสีส้มคือสาย Chuo Line มาลงที่สถานี Asagaya จากนั้นก็เดินต่อเข้าไปยังโรงแรมโดยเดินไปในเส้นทางเดียวกับกับสถานีรถไฟค่ะไม่ต้องข้ามถนนนะค่ะเพราะข้ามถนนไปจะเป็นซอยที่ขายอาหารเราเดินตรงไปจนสุดถนนและเดินข้ามถนนไปให้หันไปทางขวามือจะเห็นสถานีดับเพลิงซึ่งอยู่ตรงข้ามกับถนนที่เราเดิน..เดินไปไม่ไกลจะเจอโรงแรมค่ะ

โดยส่วนตัวชอบโรงแรมนี้ค่ะสะดวกสะอาดใกล้แหล่งอาหารมีร้านสะดวกซื้ออยู่ติดกับโรงแรมเปิดประตูโรงแรมไปก็เข้าร้านสะดวกซื้อได้เลยอาหารการกินราคาไม่แพงเหมือนที่นี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนญี่ปุ่นค่ะ

จัดการเรื่องที่โรงแรมเรียบร้อยพักสักนิดเราจะไปเที่ยววัดอาซากุซะ Asakusa ครั้งก่อนที่มาวัดกำลังปรับปรุงเรากะไปดูอีกครั้งอีกอย่างก็ไม่ไกลจากที่พักนักถึงแม้มาญี่ปุ่นและเดินทางมาครั้งหนึ่งแล้วจำไม่ได้ค่ะว่าลงสถานีไหนเลยต้องเดินไปถามที่ Information อีกครั้งหนึ่งค่ะ

ดูแผนที่อีกครั้งค่ะจะเห็นว่าสถานี Kanda จะอยู่ก่อนสถานี Tokyo ค่ะ

วิธีเดินทางมาที่วัดอาซากุซะ Asakusa

จากโรงแรมขึ้นรถไฟที่สถานี Asagaya สาย Chuo Line มาลงที่สถานี kanda และต่อด้วยสาย Metro Ginza line มาถึงสถานี Asakusa (G19) ให้เดินออกทางออกหมายเลข 1

ชมภาพบริเวณรอบ ๆ วัดค่ะ..ก่อนที่เราจะเข้าไปในวัดญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่เราจะต้องล้างมือ..เขาจะมีสถานที่ให้ล้างมือก่อนเข้าวัดค่ะ แต่มาครั้งนี้เราไม่ได้ไปล้างมือ..ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษถ้าหากจะขอต่อว่ากลุ่มนักท่องเทียวชาวจีนสักหน่อย..แต่ไม่ทุกคน..ก่อนเข้าไปไหว้พระเรานั่งพักร้อนตรงบริเวณใกล้ๆสถานที่ล้างมือเราเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนตักน้ำมาอดแล้วก็ป้วนน้ำจากปากใส่กลับไปในบ่อน้ำที่ล้างมือ..ไม่รู้ว่าน้ำจะมีการวนกลับมาใช้อีกหรือเปล่า…แต่ก็รับไม่ได้จริงๆๆ…ครั้งนี้ขอไม่ล้างมือดีกว่า..แต่ต้องขอบอกในความจริงที่เห็นไม่ได้ดูถูกนะค่ะ..อย่างไงเวลาไปวัดก็ขอให้ทุกท่านสังเกตสักนิด

เดินเที่ยววัดไม่นานแต่กลับมานั่งพักนานกว่าจะเดินทางกลับที่พักก่อนกลับก็ขอแวะรับประทานอาหารเย็นเจ้าที่อาจารย์ตู่ชอบคือผัดถั่วงอกค่ะราคาไม่แพง

สำหรับวันที่ 7  ของการเดินทางค่ะเอาแบบสบาย ๆ ที่ Tokyo – Bangkok

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วค่ะเราต้องเดินทางกลับ ในเวลา 16.00 น. เช้าวันนี้เรารับประทานอาหารเช้าที่จัดหนักในโรงแรมอาหารอร่อยมีผัดไท ด้วยค่ะเนื้อปลาชิ้นโต ๆ ทานกับข้าวร้อน ๆ

หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็มาซื้อของฝากในซอยที่บอกในครั้งก่อนค่ะว่าอย่าเดินเข้าไปก่อนมาถึงโรงแรม จริงๆ ของฝากนั้นในสนามบินก็มีค่ะ….แต่เราเห็นว่าที่ตรงใกล้โรงแรมก็มีร้านขายของฝากและคนญี่ปุ่นก็เข้าไปซื้อเยอะกระดาษที่ห่อขนมก็สวยงาม..จนคนที่เราเอาของมาฝากบอกไม่อยากแกะกล่องเลยเสียดายในความสวยของหีบห่อที่บรรจุมา

ซื้อของเสร็จก็กลับมาที่โรงแรมเพื่อเช็คเอาท์และนั่งพักที่ล็อปปี่ของโรงแรมเนื่องจากเวลาออกของเครื่องบินเป็นช่วงเย็นสักประมาณเกือบเที่ยวเราถึงได้เดินออกจากโรงแรมพอมาถึงสถานี JR Asagaya ก่อนขึ้นสถานีขอแวะซื้ออาหารก่อนเพื่อนำไปกินบนรถไฟที่นี้อาหารกล่องในซุปเปอร์ราคาไม่แพงเลยค่ะ

นั่งทานไประหว่างสถานีโตเกียวไปถึงสถานีนาริตะแต่แอบบอกค่ะว่าทานมื้อเช้าไปเยอะมากและ ซูซิก็กล่องใหญ่เนื้อปลาหมึกชิ้นโตๆๆเลยได้ทานแค่ซูซิส่วนข้าวอีกกล่องถือกลับบ้านเราค่ะ

ถึงสนามบินเดินเที่ยวไปเที่ยวมาเดินดูร้านของฝากแต่เราไม่ได้ซื้ออะไรเพราะซื้อของมาหมดแล้วรอขึ้นเครื่องเพื่อกลับเมืองไทย

ตบท้ายด้วยอาหารบนเครื่องบินก่อนถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

ความอร่อยไม่ต้องบอกดีที่มีไอศกรีมชาเขียวตบท้ายอีกคนละถ้วยค่อยดีขึ้นหน่อยค่ะ..เรากลับมาถึงบ้านเติมเต็มความสุขพร้อมการทำงานต่ออาจารย์ตู่ยังมีทริปที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูหนาวเดี่ยวเราตามไปเที่ยวหิมะกับลานสกีและชมหิมะแรกในโตเกียวค่ะ